วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการประเมินการทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการรับมือและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า ขณะนี้ขอให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนก่อน เมื่อถูกถามว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจปลดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่เคยคิดครับ ส่วนกรณีถูกถามถึงมุมมองต่อการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่าเป็นการดำเนินการที่ผิดพลาดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ทุกคนทำงานเต็มที่ วันนี้ถ้ามัวแต่วิพากษ์วิจารณ์คนที่กำลังทำงานอยู่ ก็จะยิ่งทำให้งานถดถอยลงไป และถ้าดูจากสถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ด้วยอะไรก็ตามที่เป็นใจ ไม่ว่าจะธรรมชาติที่เป็นใจ หรือการระดมของเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานต่างๆ นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนตัวได้มีการประสานแบบออนไลน์บ้าง ลงไปดูในพื้นที่ด้วยตนเองบ้าง ไปที่ศูนย์บัญชาการบ้าง และรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย โดยก่อนหน้านี้เพิ่งวางสายจากปลัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งบัญชาการอยู่ในพื้นที่และรายงานว่าระดับน้ำลดลงแล้ว เหลือเพียงพื้นที่ร่มเกล้าที่ต้องรอระดับน้ำทะเลลดลง สำหรับการรับมือในพื้นที่ดังกล่าว นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้เตรียมระดมเครื่องสูบน้ำไว้อย่างเต็มที่ เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสมและเห็นว่าคันดินพร้อมแล้ว จะเร่งสูบน้ำออกทันที นายอนุทินย้ำว่า ไม่ใช่ว่าสูบน้ำเพียงเพื่อให้ประชาชนเห็นว่ามีการสูบน้ำ เพราะหากสูบน้ำออกในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม น้ำอาจไหลย้อนกลับเข้ามา ส่งผลให้สิ้นเปลืองทรัพยากรและไม่ได้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ และแต่ละหน่วยงานต้องทำงานตามกระบวนการของตน
Read More »กรมอุตุ ประกาศแล้ว! 24 ชม.ข้างหน้า เตือน 11 จังหวัด ฝนฟ้าคะนองหนักสุดพรุ่งนี้
วันที่ 30 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนล่าง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ …
Read More »ทำไมไม่ควรสระผมทุกวัน รู้จัก “ความถี่ที่เหมาะสม” พร้อมเหตุผลที่หลายคนทำผิดไม่รู้ตัว
หยุดทำร้ายเส้นผม “ไขข้อสงสัยทำไมไม่ควรสระผมทุกวัน” พร้อมเช็ก “ความถี่ที่แท้จริง” ที่เหมาะกับสภาพผมของคุณ ทำไมไม่ควรสระผมทุกวัน? รู้จัก “ความถี่ที่เหมาะสม” พร้อมเหตุผลที่หลายคนทำผิดไม่รู้ตัว หลายคนอาจมีความเชื่อฝังหัวว่า การสระผมทุกวันคือหนทางเดียวที่จะช่วยรักษาความสะอาด ทำให้หนังศีรษะปลอดโปร่ง และไม่มีกลิ่นอับ โดยเฉพาะในประเทศเมืองร้อนอย่างบ้านเราที่ต้องเผชิญกับฝุ่นควันและเหงื่อไคลในทุกๆ วัน แต่รู้ไหมครับว่า… การสระผมทุกวันอาจเป็นสาเหตุเงียบๆ ที่ทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะของคุณโดยไม่รู้ตัว! วันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อข้องใจพร้อมกันว่า ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงไม่แนะนำให้สระผมทุกวัน และความถี่ที่แท้จริงแบบไหนถึงจะเรียกว่า “เหมาะสมที่สุด” ทำไมการสระผม “ทุกวัน” ถึงไม่ดีอย่างที่คิด? โดยธรรมชาติแล้ว ร่างกายของเราจะมีต่อมไขมันที่คอยผลิต “น้ำมันธรรมชาติ (Sebum)” ออกมาเคลือบเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อทำหน้าที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันความชุ่มชื้น ป้องกันไม่ให้ผมแห้งกรอบ และช่วยให้เส้นผมมีความเงางามแข็งแรง หากเราสระผมด้วยแชมพูทุกวัน สารทำความสะอาดในแชมพูจะชะล้างน้ำมันธรรมชาติเหล่านี้ออกไปจนหมดเกลี้ยง ส่งผลกระทบตามมา ดังนี้ครับ: หนังศีรษะแห้งและระคายเคืองง่าย: เมื่อเกราะป้องกันความชุ่มชื้นหายไป หนังศีรษะจะสูญเสียน้ำ เกิดอาการแห้ง คัน หรือเป็นขุยลอกได้ง่าย ยิ่งสระ ยิ่งมันกว่าเดิม: ฟังดูอาจจะย้อนแย้ง แต่เมื่อหนังศีรษะแห้งเกินไปจากการถูกชะล้างบ่อยๆ ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนให้ต่อมไขมัน “ผลิตน้ำมันออกมาเพิ่มขึ้นชดเชยส่วนที่เสียไป” ผลลัพธ์คือ ผมของคุณจะยิ่งมันเร็วกว่าเดิมจนต้องสระซ้ำกลายเป็นวงจรอุบาทว์ ผมแห้งเสีย เปราะหักง่าย: ปลายผมและแกนผมที่ขาดน้ำมันหล่อเลี้ยง จะสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ผมแห้งแตกปลาย ชี้ฟู และขาดหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น แล้ว “ความถี่ที่เหมาะสม” …
Read More »แพทย์เตือน!! ดื่มกาแฟใส่ “สิ่งนี้” ระวังแก้วโปรดเปลียนเป็นพิษ “ทำลายหัวใจ” ทรุดไม่รู้ตัว
1: กาแฟไม่ใช่ผู้ร้ายตัวจริง หลายปีที่ผ่านมา กาแฟถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อหัวใจ แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดกลับพบว่า สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ การดื่มกาแฟดำในปริมาณพอเหมาะไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคหัวใจบางประเภทด้วย ผู้เชี่ยวชาญจาก American Heart Association ระบุว่า การดื่มกาแฟที่ไม่มีการเติมน้ำตาลหรือสารแต่งรสในปริมาณที่เหมาะสมถือว่าปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ และไม่พบความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ดื่มกาแฟหรือไม่” แต่คือ “คุณเติมอะไรลงไปในกาแฟทุกวัน” 2: น้ำตาล ตัวการที่หลายคนมองข้าม หนึ่งในสิ่งที่ถูกเติมลงในกาแฟมากที่สุดคือน้ำตาล แม้จะช่วยให้รสชาติดีขึ้น แต่การบริโภคน้ำตาลเป็นประจำในปริมาณสูงอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนักตัว และสุขภาพหัวใจในระยะยาว แนวทางด้านโรคหัวใจหลายฉบับแนะนำให้ลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเติมเพิ่ม เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคอ้วน และโรคเบาหวานที่สูงขึ้น งานวิจัยขนาดใหญ่ยังพบว่า ประโยชน์ของกาแฟต่อสุขภาพหัวใจลดลงอย่างชัดเจนเมื่อมีการเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานเป็นประจำ 3: ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำนวนมากมีน้ำตาลเพิ่ม ไขมันอิ่มตัว หรือส่วนประกอบที่ทำให้ปริมาณพลังงานในกาแฟเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหลายรายแนะนำให้ตรวจสอบฉลากโภชนาการก่อนเลือกใช้ เพราะบางคนอาจเติมครีมเทียมมากกว่าปริมาณที่แนะนำหลายเท่าโดยไม่รู้ตัว ยิ่งดื่มวันละหลายแก้ว ปริมาณน้ำตาลและพลังงานสะสมก็ยิ่งสูงขึ้น 4: ดื่มแบบไหนจึงเป็นมิตรกับหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักแนะนำว่า หากต้องการได้รับประโยชน์จากกาแฟมากที่สุด ควรลดหรือหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลในปริมาณมาก ทางเลือกที่ดีกว่าอาจเป็น 5: กาแฟดำ กาแฟใส่นมในปริมาณพอเหมาะ ใช้อบเชยหรือเครื่องเทศธรรมชาติช่วยเพิ่มกลิ่นหอม ลดไซรัปหวานและครีมเทียม งานวิจัยบางฉบับพบว่า กาแฟไม่หวานมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจที่ต่ำกว่า ขณะที่กาแฟที่เติมน้ำตาลไม่ได้แสดงประโยชน์ในระดับเดียวกัน แม้จะเลือกดื่มกาแฟอย่างเหมาะสม แต่สุขภาพหัวใจยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นอีกมาก การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การนอนหลับเพียงพอ …
Read More »หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด! ไข่ไก่ ควรแช่ในตู้เย็น หรือ เก็บไว้ข้างนอก ถึงจะถูกต้อง
สำหรับ ไข่ไก่สดใหม่ที่เพิ่งออกจากรัง มักมีชั้นเคลือบป้องกันตามธรรมชาติที่เรียกว่า นวลไข่ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันไข่จากเชื้อโรคและสิ่งสกปรกต่าง ๆ เมื่อเวลาผ่านไป นวลไข่จะค่อย ๆ แห้งลง ทำให้เปลือกไข่ ซึ่งมีรูพรุนเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า กลายเป็นช่องทางให้เชื้อโรคและอากาศเข้าไปสัมผัสไข่ภายในได้ นั่นจึงส่งผลให้ไข่เสียเร็วขึ้น เพราะฉะนั้น การเก็บไข่ไว้ในตู้เย็นเป็นวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะช่วยชะลอการเติบโตของเชื้อโรคและรักษาคุณภาพของไข่ได้นานขึ้น โดยทั่วไป ฟาร์มไข่จะเก็บไข่ไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 18 องศาเซลเซียส เพื่อให้ไข่สดใหม่ได้นานถึง 1 เดือน แต่หากเก็บไว้นานเกินไป คุณภาพของไข่ก็จะลดลงไปตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำอีกด้วยว่า ควรล้างก่อนนำไปใช้ประกอบอาหารจะดีที่สุด เพราะการล้างไข่ หลังจากนำออกจากตู้เย็นจะทำให้ชั้นป้องกันตามธรรมชาติที่เหลืออยู่หลุดออกไป ทำให้เชื้อโรคเข้าไปปนเปื้อนได้ง่ายขึ้น
Read More »กรมอุตุ แจ้งเตือนด่วน! รับมือ ฝนถล่มหนัก 5-8 ต.ค.นี้ 4 วัน 96 ชั่วโมง เปิดพื้นที่โดนหนักสุด
วันที่ 30 ก.ย.2569 กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนประชาชน เตรียมรับมือฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 5-8 ต.ค.2569 นี้ โดยประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น ช่วงแรกเริ่มจากภาคอีสานและภาคเหนือก่อน จากนั้นทางภาคอีสานจะมีอากาศเย็นลง ข้อมูลสภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรมอุตุนิยมวิทยาจะอัปเดตข้อมูลเป็นระยะ ทั้งนี้จากการพยากรณ์อากาศ 7 วัน ระบุว่า ช่วงวันที่ 4–5 ต.ค.69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่ โดยเริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน หลังจากนั้นจะส่งผลกระทบกับภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกในระยะถัดไป ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค.69 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง สำหรับชาวเรือทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
Read More »พิมรี่พาย ระบายเดือด โกดังจมน้ำ หนี้สินรุมเร้า ลั่นชีวิตตอนนี้ไม่มีเงิน
พิมรี่พาย เปิดใจหลังโกดังถูกน้ำท่วมหนัก เผยธุรกิจเจอสารพัดมรสุม ขาดทุนรวมหลักร้อยล้าน แถมตอนนี้แทบไม่มีเงินสด ต้องนำสินค้าที่เหลือออกมาโละขาย เรียกได้ว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไม่น้อย สำหรับ “พิมรี่พาย” ที่ล่าสุดออกมาไลฟ์ระบายถึงความเสียหาย หลังโกดังถูกน้ำท่วมหนัก จนต้องเผชิญปัญหาสภาพคล่องทางธุรกิจ พร้อมเปิดใจว่าขณะนี้ขาดทุนรวมหลักร้อยล้านบาท และแทบไม่มีเงินสดเหลืออยู่ พิมรี่พาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ธุรกิจขายทุเรียนประสบปัญหาขาดทุนเป็นเงินจำนวนมาก อีกทั้งยังถูกคนรับจัดหาสินค้าและชาวบ้านบางรายหลอกโกงเงิน กระทั่งหันมาทำ “สกุชชี่” ซึ่งได้รับความนิยมเพียงประมาณ 7 วัน ก่อนจะเจอปัญหากับซัพพลายเออร์ชาวจีนอีกครั้ง พิมรี่พาย ระบายเดือด โกดังจมน้ำ หนี้สินรุมเร้า ลั่นชีวิตตอนนี้ไม่มีเงินสดเลย ล่าสุดสถานการณ์ยิ่งหนักขึ้น เมื่อโกดังถูกน้ำท่วมจนสินค้าได้รับความเสียหาย เจ้าตัวจึงตัดสินใจนำสินค้าที่เหลือออกมาโละขาย หวังให้ลูกค้าช่วยกันอุดหนุนเพื่อเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินสด พร้อมยอมรับว่าขณะนี้เครียดอย่างหนัก เพราะไม่มีเงินสดใช้หมุนเวียน นอกจากนี้ พิมรี่พาย ยังมีภาระที่รับปากจะร่วมทำบุญกฐินไว้หลายแห่ง เดิมคิดว่าจะนำสินค้าจากโกดังไปสมทบแทนเงินสด แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องใช้เงินสด รวมถึงยังมีภาระหนี้สินที่ต้องเจรจาขอผัดผ่อนในช่วงสิ้นเดือน พิมรี่พาย ระบายเดือด โกดังจมน้ำ หนี้สินรุมเร้า ลั่นชีวิตตอนนี้ไม่มีเงินสดเลย อย่างไรก็ตาม การออกมาไลฟ์ขายของในช่วงที่หลายพื้นที่กำลังประสบอุทกภัย กลับทำให้พิมรี่พายเจอกระแสดราม่า หลังมีคนตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงยังไลฟ์ขายสินค้า แทนที่จะออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย กระแสดังกล่าวทำให้เจ้าตัวระเบิดความอัดอั้นกลางไลฟ์ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ออกมาสร้างคอนเทนต์เพื่อเรียกร้องความสงสาร เพียงแต่ต้องการบอกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของตัวเอง และนำสินค้ามาขายเพื่อหาเงินหมุนเวียน พิมรี่พาย ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตนเพียงคนเดียว แต่หลายพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบเช่นกัน …
Read More »กรมอุตุประกาศแล้ว! 24 ชม.ข้างหน้า เตือน 34 จังหวัด ฝนฟ้าคะนองหนักสุดวันนี้
วันที่ 30 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนล่าง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย …
Read More »แจ้งเตือน! กรมอุตุฯ ประกาศ 39 จังหวัด ฝนถล่มหนักหลายพื้นที่ โดนเต็ม ๆ คืนนี้
วันที่ 29 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ทางด้านตะวันตกของภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ ขณะที่ภาคใต้ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ประชาชนในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและฝนตกสะสมควรระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมสะสม น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง ส่วนสถานการณ์คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลงเช่นกัน โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับพยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา 18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้ มีรายละเอียดดังนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส สูงสุด …
Read More »แย่แล้ว! น้ำเหนือกำลังมา จ่อทะลักซ้ำเติม 10 จังหวัด
สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จาก 1,950 เป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 28 กันยายน 2569 เพื่อรองรับปริมาณน้ำเหนือและน้ำจากลำน้ำสาขาที่กำลังไหลลงมาสมทบอย่างต่อเนื่อง นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากมวลน้ำเหนือและน้ำจากลำน้ำสาขา ทำให้กรมชลประทานจำเป็นต้องทยอยเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำให้มากที่สุด สำหรับมวลน้ำที่ระบายออกมานั้น คาดว่าจะใช้เวลาเดินทางถึง จ.อ่างทอง ประมาณ 17-18 ชั่วโมง และอาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเพิ่มขึ้นอีกราว 30 เซนติเมตร ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ภาคกลางเริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ จ.อ่างทอง ซึ่งระดับน้ำบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอยู่ที่ 7.92 เมตร ใกล้แตะระดับวิกฤต 8 เมตรแล้ว ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอ่างทอง อ.ป่าโมก อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.ไชโย ทางการยังได้แจ้งเตือนพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานครให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด ครอบคลุม จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี …
Read More »
postkhaosod.com